ดูบอลออนไลน์

มวยพักยก

SBOBET

UFABET

poker online

ufa

ufabet

sagame

baccarat

คาสิโนออนไลน์

joker123

คาสิโนออนไลน์

pgslot

บาคาร่า

UFABET

UFABET

slotxo

ดูหนังออนไลน์

มังงะ

ผลบอลสด

บาคาร่า

kardinal stick

ที่นอน

รับทำเสื้อ

ปูนปั้น

'บมจ. พีซแอนด์ลีฟวิ่ง' โชว์ฟอร์มเทรดวันแรกแกร่ง ตอกย้ำผู้พัฒนาอสังหาฯ

  • 0 Replies
  • 62 Views
*

Beer625

  • *****
  • 4987
    • View Profile
'บมจ. พีซแอนด์ลีฟวิ่ง' โชว์ฟอร์มเทรดวันแรกแกร่ง ตอกย้ำผู้พัฒนาอสังหาฯ แนวราบ เตรียมรับดีมานด์ยุค New Normal ผุด 3 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท

'บมจ. พีซแอนด์ลีฟวิ่ง' หรือ PEACE เดินหน้าเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบใหม่ 3 โครงการ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท รับดีมานด์การอยู่อาศัยยุค New Normal หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตอกย้ำผู้พัฒนาอสังหาแนวราบที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี พร้อมมุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนและเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

นายประสพศักดิ์ ศิริโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำหุ้นเข้าซื้อขายเป็นวันแรก (10 กุมภาพันธ์ 2565) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ชื่อย่อ 'PEACE' ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ด้วยศักยภาพของบริษัทฯ ที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาแนวราบที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน จะช่วยสนับสนุนให้ PEACE เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น โดยได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ขายเพิ่มเป็น 2 เท่าจากรายได้ขายในปี 2564 ภายใน 3 ปี (ปี 2567) และเติบโตเป็น 3 เท่า ภายใน 5 ปี (ปี 2569) โดยพิจารณาศักยภาพของทีมงานและบุคลากรของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบันและแผนธุรกิจที่จะเพิ่มในอนาคต โดยคำนวณถึงมูลค่าบ้านคงเหลือขายสำหรับโครงการในปัจจุบัน และมูลค่าบ้านที่จะเปิดจำหน่ายเพิ่มเติมสำหรับโครงการในอนาคตที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ประกอบกับแผนการจัดซื้อที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับร้อยละ 35 - 40 เช่นเดียวกับช่วงเวลา 10 ปี ที่ผ่านมาด้วย

"การตั้งเป้าหมายของเรา อยู่บนพื้นฐานการประเมินตามข้อมูลการดำเนินงานและศักยภาพของบริษัทฯ ในปัจจุบัน และผลการดำเนินงานในอดีต ซึ่งเป้าหมายดังกล่าว อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะเศรษฐกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ตามความผันผวนของต้นทุนในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น ค่าแรง หรือราคาวัสดุก่อสร้าง รวมถึงสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจากศักยภาพในการบริหารงานที่ยาวนานกว่า 30 ปี และการที่ PEACE เป็นบริษัทอสังหาแนวราบขนาดกลาง นับว่ามีโอกาสในการเติบโตได้อีกมากในอนาคต" นายประสพศักดิ์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PEACE กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2565 คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2564 ผู้ประกอบการเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะโครงการแนวราบเพื่อดึงดูดผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และนักลงทุนที่มีกำลังซื้อพร้อม ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบมากถึง 60% จากอดีตที่มีสัดส่วนเพียง 40% เชื่อว่าเทรนด์นี้ยังอยู่อีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะโครงการแนวราบในพื้นที่รอยต่อเมือง เพราะรถไฟฟ้ามีการขยายตัวไปรอบนอกมากขึ้น ทำให้มีส่วนแบ่งตลาดจากเรียลดีมานด์ที่มากขึ้น ถือเป็นการตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุค New Normal ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่รองรับการใช้ชีวิตและมีพื้นที่สีเขียวในการผ่อนคลาย มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมภายในครอบครัว ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของคนในครอบครัวได้หลากหลายรูปแบบทั้งการ Work from Home และการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ถือเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์การอยู่อาศัย ที่มีบทบาทสำคัญในการเลือกซื้อมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐยังเป็นตัวช่วยสำคัญ และเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นให้ตลาดอสังหาฯ กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง

สำหรับ PEACE ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ บริษัทฯ ได้เตรียมเปิดโครงการใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,045 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดการขายตั้งแต่ไตรมาส 3/65 ประกอบด้วย 1. โครงการ Cherene กรุงเทพกรีฑา - ร่มเกล้า เป็นบ้านเดี่ยว มูลค่าโครงการประมาณ 648 ล้านบาท 2. โครงการ CHEREA VICINITY ราชพฤกษ์ - เจษฎาบดินทร์ เป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 2 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 1,845 ล้านบาท และ 3. โครงการ Cher ราชพฤกษ์ - พระราม 5 เป็นทาวน์โฮม 2 - 3 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 552 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่ได้จำกัดในการพัฒนาโครงการเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพียงอย่างเดียว และหากมีพื้นที่ในจังหวัดอื่นที่ทำเลมีศักยภาพ และมีความต้องการซื้อเพียงพอ พร้อมที่จะปรับกลยุทธ์การดำเนินงานไปยังทำเลที่มีศักยภาพต่อไปได้

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพในทุกขั้นตอน ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบเพื่อขาย แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมแบบ 2 ชั้น และ 3 ชั้น โดยจะเน้นพัฒนาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นหลัก ปัจจุบัน PEACE มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 7 โครงการ อาทิ โครงการ The Glamor, โครงการ Cordiz at Udomsuk, โครงการ Cher งามวงส์วาน - ประชาชื่น และโครงการ Cher วัชรพล เป็นต้น มูลค่ารวมประมาณ 4,717 ล้านบาท ขณะที่มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 จำนวน 600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักสำรองต่างๆ ของบริษัทฯ

นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า บมจ.พีซแอนด์ลีฟวิ่ง หรือ PEACE ถือเป็นบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน และมีการบริหารงานแบบมืออาชีพ ทำให้กระแสตอบรับจากนักลงทุนในช่วงการจองซื้อหุ้น IPO ล้นหลาม เนื่องจากเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารท่ามกลางอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์แนวราบมีการแข่งขันที่สูงจากผู้ประกอบการหลายราย ซึ่งปัจจัยหลักที่ลูกค้าให้ความสำคัญได้แก่ ทำเลที่ตั้ง รูปแบบบ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ ราคา และความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการ ซึ่ง PEACE เรียกได้ว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ จนสามารถประสบความสำเร็จและมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา แม้ในยามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม PEACE ยังสามารถบริหารจัดการ โดยมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการขายบ้านมากขึ้น เช่น การชมบ้านตัวอย่างทางออนไลน์ แบบ 360 องศา (Virtual Tour) เป็นต้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19